ในการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประจำปีนี้ ซึ่งบรูไนทำหน้าที่ประธานนั้น สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สมาชิกหยิบยกขึ้นมาหารือกัน โดยมีการพูดถึง เทคโนโลยีการดักจับและจัดเก็บคาร์บอน (ซีซีเอส) เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งอาเซียนกำหนดเป้าหมายร่วมกันไว้ว่า ภายในปี 2568 แหล่งพลังงานปฐมภูมิหรือพลังงานต้นกำเนิดในอาเซียน อย่างน้อย 23% ต้องเป็นแหล่งหมุนเวียน เช่น ลม และแสงอาทิตย์

ขณะเดียวกัน สิงคโปร์มีแผนเริ่มนำเข้าพลังงานหมุนเวียนจากมาเลเซีย ภายในปีหน้า ในเวลาเดียวกับที่บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานในอาเซียนจะเริ่มใช้งานกระแสไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์แรก ผ่านโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน ระหว่างลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งทั้งสี่ประเทศจะเป็นกลุ่มนำร่อง ก่อนขยายให้ครอบคลุมสมาชิกทั้ง 10 ประเทศต่อไป ตามแผนแม่บทที่มีการลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2546 โดยลาวเริ่มส่งไฟฟ้าให้มาเลเซียผ่านสายส่งจากไทย เมื่อปี 2560

อย่างไรก็ตาม นายลิ้ม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน ประเมินว่า สมาชิกทั้ง 10 ประเทศต้องใช้งบประมาณรวมกันอย่างน้อย 367,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12.2 ล้านล้านบาท) ภายในระยะเวลาอีก 5 ปีนับจากนี้ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ